แนะวิธีแก้ ลงทะเบียน “เราชนะ” ไม่สำเร็จ

“เราชนะ” มาตรการ “เยียวยาโควิดฯ” ของรัฐบาล เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย ด้วยการแจกเงิน 7,000 บาท ซึ่งเปิดให้ลงทะเบียนวันแรกไปแล้ว เมื่อเช้าวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีคนจำนวนมากลงทะเบียน “ไม่สำเร็จ” และได้รับข้อความให้ “ลงทะเบียนใหม่” ภายในวันที่ 12 ก.พ.2564 ดังนั้นเราจะเช็กว่ามีจุดไหน? พลาดบ้าง ส่งผลให้การลงทะเบียนไม่สำเร็จ!!!

6 จุดผิดบ่อย จากการลงทะเบียน “เราชนะ”
กระทรวงการคลัง เปิดเผยสาเหตุการลงทะเบียนไม่สำเร็จ ส่วนหนึ่งมาจากการกรอกข้อมูลผิดพลาด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า มีอยู่หลายจุดที่ประชาชนมักทำผิด ดังนี้

1) ใส่คำนำหน้าชื่อ เช่น นาย นางสาว
2) ใส่ชื่อเล่น ในช่องชื่อกลาง
3) ตัวสะกด ชื่อ-นามสกุล ไม่ถูกต้องตรงตามบัตรประชาชน
4) กรอกหมายเลขบัตรประชาชนไม่ครบ 13 หลัก
5) กรอกรหัสหลังบัตรประจำตัวประชาชน โดยมีการใส่เครื่องหมาย (-) คั่นระหว่างตัวเลขกับตัวอักษร
6) ติ๊กเครื่องหมายถูกในช่องวันเดือนปีเกิด แต่กรอกข้อมูลไม่ครบถ้วน

ลงทะเบียนไม่สำเร็จ จะได้ SMS แจ้งเตือนลงใหม่

สำหรับประชาชนที่ลงทะเบียน “เราชนะ” ได้แล้ว สามารถตรวจสอบสถานะการได้รับสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 8 ก.พ.2564 ส่วนประชาชนที่ลงทะเบียนยัง “ไม่สำเร็จ” จะได้รับ SMS แจ้งเตือนผลกรอกผิดจุด ให้ลงทะเบียนใหม่อีกครั้งได้ทันที ไม่เกิน 12 ก.พ.2564 ถ้าแก้ไขข้อมูลแล้ว

แต่ยังคงลงทะเบียนไม่ได้ ให้โทรถาม call center กรุงไทย 0-2111-1144 กด 2 เพื่อตรวจสอบเลขบัตรประชาชนว่ามีการยืนยันตัวตนหรือยัง เมื่อท่านอยู่ในกลุ่มผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ “บัตรคนจน” ไม่ต้องลงทะเบียน โดยวงเงินจะเข้าครั้งแรก 5 ก.พ.2564 เงินจะเข้าเป็นรายสัปดาห์ ทุกวันศุกร์ ถึง 26 ม.ค.2564

ฟังสาเหตุ ทำไม? ไม่จ่าย “เงินสด” รวดเดียว 7,000 บาท
นอกจากนี้ยังมีคำถามตามมามากมาย ทั้งก่อนและหลังการเปิดลงทะเบียน “เราชนะ” ว่าทำไม “รัฐบาล” ไม่จ่ายเงินสดรวดเดียว 7,000 บาทเลย ทำไมต้องแบ่งจ่าย 2 เดือน เดือนละ 3,500 บาท และทำไมต้องใช้ผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” อย่างเดียว

โดย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จากช่วงโครงการ “เราไม่ทิ้งกัน” เห็นว่ามีประชาชนจำนวนมากออกมากดเงินสดที่ตู้กดเงินอัตโนมัติ หรือตู้เอทีเอ็ม ซึ่งต้องใช้เวลารอต่อแถวนาน และเพิ่มความเสี่ยงของการติดเชื้อโควิด-19 รวมทั้งเมื่อคนใช้ตู้เอทีเอ็มพร้อมกันเยอะๆ ก็อาจทำให้ระบบมีปัญหา ทั้งนี้เพื่อให้เงินเข้าสู่กระเป๋าได้ทันทีโดยไม่ต้องกดเงิน และเพื่อรองรับสังคมไร้เงินสด ดังนั้นจึงตัดสินใจเติมเงินเข้าระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์ (G-Wallet) ในแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

ด้าน นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า โดยหลักการและวิธีคิดของรัฐบาล สำหรับโครงการ “เราชนะ” ต้องการ “ลดภาระค่าครองชีพ” ของประชาชน ในระยะเวลาประมาณ 2 เดือน เพราะฉะนั้นจึงเป็นแนวคิดที่ว่า รัฐบาลจะเติมเงินให้เป็นรายสัปดาห์ ไม่ได้ให้เป็นเงินก้อน โดยประชาชนที่ได้รับสิทธิ์สามารถนำเงินที่ได้รับจากโครงการไปใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน เพื่อลดภาระค่าครองชีพ และนำเงินสดที่มีอยู่ไปใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ตามที่ต้องการแทน

ขณะที่ น.ส.กุลยา ตันติเตมิท โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุถึงเหตุผลที่รัฐบาลไม่จ่ายเงินเยียวยาผ่านโครงการ “เราชนะ” เป็นเงินสดรวดเดียว 7,000 บาทนั้น ไม่ใช่ว่ารัฐบาลไม่มีงบประมาณเพียงพอ แต่ตามที่นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงไปแล้วว่า นโยบายดังกล่าวออกมาเพื่อต้องการช่วยเหลือฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับ “รากหญ้า” ช่วยแบ่งเบาภาระค่าครองชีพให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย รวมถึงช่วยเหลือร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง และเราชนะซึ่งเป็นรายย่อย เพราะเป็นการให้วงเงินไปใช้จ่ายผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง

“ส่วนเหตุผล ทำไมรัฐบาลไม่จ่ายรวดเดียวนั้น ต้องทยอยจ่ายเป็นรายสัปดาห์ เพราะรัฐอยากให้ทยอยใช้จ่าย ป้องกันการนำเงินไปซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย ย้ำว่าต้องการช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าครองชีพของประชาชน”

ขอบคุณที่มา : www.thairath.co.th

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *