ลูกชิ้น เลือกกินอย่างไรให้ห่างไกล “บอเเรกซ์”

เด้งๆ ดึ๋งๆ เคี้ยวหนึบ เคี้ยวหนับ หากินที่ไหนก็เเสนจะง๊ายดาย พูดมาขนาดนี้คุณนึกถึงอะไรบ้างค่ะ ถ้ายังนึกไม่ออก วันนี้จะมา เฉลยเลยล่ะกันค่ะ เรากำลังพูดถึงอาหารยอดฮิตอย่าง “ลูกชิ้น” นั่นเองค่ะ ถ้าพูดถึงลูกชิ้นคงจะเป็นเมนูในดวงใจของใครหลายคนเลยใช่ไหมล่ะค่ะ เเถมจะกินที่ไหน ตามตรอกซอกซอยใดก็มีขายกันให้เกลื่อนกลาดไปหมด เเต่รู้ไหมค่ะว่านอกเหนือจากรสสัมผัสที่เด้ง ละมุน เเละกรอบหนุบหนับเเล้ว ก็อาจเเฝงไปด้วยอันตรายเเละโทษต่อร่างกายได้เหมือนกัน เเต่หากจะบอกใครต่อใครว่าไม่ควรจะรับประทานลูกชิ้นกันอีกก็คงไม่ใช่สิ่งที่เราทำได้

ดังนั้นเเล้วเราก็ต้องเลือกรับประทานกันสักหน่อยเนื่องจากลูกชิ้นก็ยังมีสิ่งที่เรียกว่า “สารบอเเรกซ์” เเถมมาให้คุณด้วย ซึ่งเเน่นอนว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดีต่อสุขภาพของเราเเน่ๆ ดังนั้นเราควรจะเลือกกินลูกชิ้นอย่างไรให้ห่างไกลบอเเรกซ์ตามมาดูกันค่ะ

ของกินเล่นอย่าง ลูกชิ้น นับว่าเป็นอาหารสตรีทฟู้ด รวมไปถึงอาหารยอดฮิตที่ต้องมีขายอยู่หน้าโรงเรียนเเทบทุกที่ ซึ่งเราพบเห็นได้มากมายในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเลือกกินในสไตล์ใด ทอด – ปิ้ง – ย่าง – นึ่ง ก็ช่วยให้คุณอิ่มท้องเเละเอร็ดอร่อยได้เหมือนกัน เเต่เเม้จะเป็นอาหารที่เลือกรับประทานเเล้วสะดวกสบาย ราคาไม่เเพง หากเเต่ยังมีความอันตรายแฝงมาอยู่ด้วย นั่นก็เนื่องจากลูกชิ้นถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์เเปรรูปจากเนื้อสัตว์ ที่เราสามารถพบเห็นได้หลายรูปทรง หลายขนาดเเละหลากหลายรสสัมผัส เเต่ก็อย่างว่าล่ะค่ะ ลูกชิ้นส่วนมากก็มีส่วนประกอบของ สารบอเเรกซ์ เพื่อให้ลูกชิ้นนั้นมีความนุ่ม เด้งดึ๋งเเละไม่เสียง่าย

เปิดประตูทำความรู้จัก”สารบอเเรกซ์”

ลูกชิ้นถือเป็นอีกหนึ่งกลุ่มผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเนื้อสัตว์ ที่ปัจจุบันมีการนำมาประกอบอาหารที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น เเต่หากเราเลือกรับประทานไม่เหมาะสมหรือในขนาดที่ไม่โอเคเเล้วล่ะก็โอกาสที่เราจะได้รับโทษก็จะมีเยอะมากเหมือนกัน สำหรับบอเเรกซ์ หรือชื่อเพราะๆ ของมันก็คือ “น้ำประสานทอง” ซึ่งตามกระกาศกระทรวงสาธารณสุขถือว่าอยู่ในหมวดของวัตถุที่ห้ามนำมาใช้ในอาหาร มีลักษณะเป็นผงสีขาว มีรสชาติขม นิยมใช้ในอุตสาหกรรม เช่น การผลิตทอง การผลิตเเก้ว ใช้ทำสเปรย์ หรือใช้เป็นสารต้านจุลินทรีย์ในแป้งที่ใช้สำหรับทาตัว ซึ่งเเน่นอนว่าหากนำมาใช้ในอาหารทำให้เกิดอันตรายอย่างเเน่นอน ผู้ประกอบการที่ไม่ได้คำนึงถึงผู้บริโภคก็จะมีการใส่สารบอเเรกซ์เข้าไปเพื่อต้องการให้ลูกชิ้นมีความเด้งดึ๋งเเละกรอบหนุบหนับ อีกทั้งยังมีคุณสมบัติในการช่วยยืดอายุ หากเราไม่ได้เลือกซื้อลูกชิ้นที่เป็นเนื้อสัตว์แปรรูปที่มีเครื่องหมาย อย. รับรอง หรือผลิตภัณฑ์ที่แสดงว่าไม่ใช้วัตถุกันเสีย หรือ ไม่ใส่สีสังเคราะห์ หรือหากเป็นลูกชิ้นที่มีการนำมาเเบ่งขาย ที่เราไม่ทราบที่มานั้นก็ไม่ควรจะซื้อมารับประทาน เพราะนั่นหมายถึงคุณอาจได้รับสารปนเปื้อนต่อร่างกายนั่นเองค่ะ

ซึ่งหากเรารับประทานอาหารหรือลูกชิ้นที่มีสารบอเเรกซ์เข้าไป เเม้จะไม่มากเเต่รับประทานเข้าไปทุกวันๆ จะทำให้เกิดการสะสม ย่อมจะส่งผลให้ตับ หรือไตเกิดอาการอักเสบหรือเกิดการเสื่อมได้ สิ่งที่ตามมาอีก คือ อาการอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร น้ำหนักลด โดยเฉพาะลูกชิ้นที่มีการผสมสารบอเเรกซ์มากๆ โดยที่เราก็ไม่รู้นั้น ก็อาจทำให้เกิดอาการพิษเฉียบพลัน เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนปวดท้อง อุจจาระร่วง ตลอดจนชักหรือหมดสติได้ เเต่ฟังเเบบนี้เเล้วก็ไม่ต้องตกใจไปนะคะ เพราะมีข้อมูลการสุ่มตรวจสารบอเเรกซ์ในลูกชิ้นตามตลาดต่างๆ ซึ่งก็ยังไม่พบสารบอเเรกซ์ เเต่นี่ก็จะเป็นข้อมูลเพื่อให้เรารู้ว่าหากคุณได้รับสารบอเเรกซ์ในปริมาณที่มากเกินไปจะส่งผลเสียอย่างไรต่อร่างกายของเราบ้าง

อันตรายอื่นๆ ….ที่มากับลูกชิ้น ?

อันดับเเรก เราทราบกันดีนะคะว่าลูกชิ้นนั้นมีหลากหลายขนาดเเละมากสีสัน บ้างก็มีการทำลูกชิ้นเป็นรูปการ์ตูน นั่นก็จะเห็นได้ว่ามีส่วนผสมของสีผสมอาหารที่มากจนเกินไป ก็อาจทำให้เกิดผลกระทบกับตับหรือไต ในร่างกายได้เหมือนกัน เนื่องจากอวัยวะเหล่านี้มีกลไกสำคัญในการช่วยขับสารพิษ หรือสารเคมีต่างๆ ที่มาจากอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ดังนั้นหากเรารับประอาหารที่มีส่วนผสมของสีผสมอาหารหรือสารสังเคราะห์เข้าไปมากๆ ก็จะทำให้อวัยวะดังกล่าวทำงานหนักเกินไปนั่นเองค่ะ

อีกอย่างที่แฝงมากับอาหารอย่างลูกชิ้น ก็คือ สารกันบูด หรือกรดเบนโซอิก ซึ่งหากมีการนำไปใส่ในลูกชิ้นในปริมาณที่ไม่มากจนเกินไป หรือตามที่กฎหมายมีการควบคุมก็ถือว่ายังปลอดภัยเเละไม่ได้เป็นอันตรายอะไรกับร่างกาย เเต่ถ้าถามหากเรารับสารตัวนี้เข้าไปมากเกินไปก็อาจทำให้เกิดอาการเเพ้หรือมีผลต่อระบบทางเดินอาหารได้

ใครก็ว่า ลูกชิ้น ให้โทษ จริงๆ เเล้วมันมีประโยชน์บ้างหรือเปล่า?

เเม้จะฟังดูว่าลูกชิ้นเป็นเหมือนอาหารที่ให้โทษต่อร่างกาย จนทำเอาหลายคนสะดุ้งนั้น เเต่จริงๆ เเล้วเจ้าลูกชิ้นทั้งหลายก็มีประโยชน์เหมือนกันนะคะ เนื่องจากเป็นอาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์ที่ให้ไขมันปานกลาง อย่าสมมติว่าจะเทียบลูกชิ้น 5 ลูกที่มีขนาดปานกลางก็จะให้โปรตีน 7 กรัมเเละไขมันอีก 5 กรัม เเต่เเม้จะถือว่าเป็นอาหารในกลุ่มเนื้อสัตว์เเต่ก็เข้าใจนะคะว่า ลูกชิ้นทั้งหลายนั้นเป็นอาหารที่แปรรูปมาจากเนื้อสัตว์ ดังนั้นจึงมีปริมาณโซเดียมสูงกว่าปริมาณเนื้อสัตว์ปกติทั่วไปถึง 10 เท่า ยกตัวอย่างเช่นถ้าเรากินเนื้อหมูในปริมาณ 2 ช้อนโต๊ะ ก็จะให้โซเดียม 35 มก. ในขณะที่เป็นลูกชิ้น5 ลูก ก็จะมีปริมาณโซเดียมถึง 350 มก. เลยล่ะค่ะ ดังนั้นเเม้จะขึ้นชื่อว่าให้โปรตีนเหมือนกัน เเต่มันก็จะเเถมโซเดียมมาให้คุณสูงด้วยเหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นลูกชิ้นที่มีส่วนผสมของแป้งมากคุณก็จะได้รับโปรตีนน้อยลงไปอีกค่ะ ซึ่งอีกหนึ่งอย่างที่คุณจะได้รับจากลูกชิ้นก็คือ โซเดียมเพราะโซเดียมที่มากเกินไปก็จะมีผลทำให้ไตเเละหัวใจของเราทำงานหนักมากขึ้น

ดังนั้นหากจะพูดถึงอันตรายหรือสิ่งที่คุณต้องระวังจากการรับประทานลูกชิ้นหลักๆ ก็คือเรื่องของสีผสมอาหาร สารบอเเรกซ์ โซเดียม เเละสารกันบูดที่มากเกินไปได้นั่นเองค่ะ

เลือกกินลูกชิ้นอย่างไรให้ปลอดภัย

ทุกวันนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยนะคะว่า ก่อนที่เราเดินเข้าไปซื้อลูกชิ้น เราทุกคนก็ไม่ได้มีหลักการอะไรให้ต้องคิดมากมาย ดังนั้นหากเราไม่รู้หลักการอะไรเลยเกี่ยวกับการเลือกซื้อลูกชิ้นมารับประทานเเล้วล่ะก็ เราก็ควรที่จะเลือกซื้อจากเเหล่งที่มีการระบุชัดเจนว่ามียี่ห้อ มีสถานที่ตั้ง มีเครื่องหมาย อย. รับรอง หรือดูจากลักษณะภายนอก ไม่ควรที่จะเลือกซื้อลูกชิ้นที่มีสีสันมากจนเกินไป เเน่นอนว่าลูกชิ้นที่มีการเเต่งเติมสีสันมากเกินไปนั้นมาจากสีที่มีความปลอดภัยหรือเปล่า เพราะหากเป็นสีผสมอาหาร เราก็อาจจะได้รับโลหะหนัก เช่น สารตะกั่ว หรือเเคดเมียมต่างๆ ดังนั้นพยายามเลือกลูกชิ้นที่ไม่มีการเเต่งสีผสมอาหารที่ทำให้น่ากินเกินความเป็นจริงไป

หากเลือกลูกชิ้นที่มีความน่าเชื่อถือในเรื่องสถานที่ผลิต หรือมีเครื่องหมาย อย.รับรองเเล้ว อีกเรื่องที่ไม่ควรจะละเลย ก็คือ ลูกชิ้นาจากกลุ่มอาหารที่แปรรูปมาจากเนื้อสัตว์ดังนั้นในมื้ออื่นๆ เราก็ไม่ควรจะมีเนื้อสัตว์แปรรูปหรือผลิตภัณฑ์ที่มีปริมาณโซเดียมสูงอีก เพื่อเป็นการป้องกันการได้รับโซเดียม หรือสารเติมเเต่งเข้าสู่ร่างกายมากเกินไปนั่นเองล่ะค่ะ

สงสัยกันไหม…ควรนำลูกชิ้นมาปรุงอาหารเเบบใด ปลอดภัยที่สุด

เนื่องจากลูกชิ้นที่มากมายหลายประเภท เเละสามารถนำไปปรุงอาหารเพื่อรับประทานได้หลากหลายวิธี คุณเคยสงสัยกันหรือเปล่าค่ะว่า ถ้าอย่างนั้นเเล้วการนำไปปรุงอาหารเเบบใดเราจึงจะปลอดภัยมากที่สุด มีเหมือนกันนะคะที่บางทีเราก็เลือกลูกชิ้นที่คิดว่าจะมีความปลอดภัยเเล้ว เเต่เลือกนำมาปรุงอาหารไม่เหมาะสมก็กลายเป็นเพิ่มโทษต่อร่างกายได้เหมือนกัน เช่น การนำไปทอดในน้ำมันทอดซ้ำที่จะเจอมากตามร้านค้า แผงลอยทั่วไปเสียมากกว่า โดยเฉพาะน้ำมันที่นำไปผ่านการทอดซ้ำหลายๆ ครั้งจนเกิดสีคล้ำเหม็นหืน ทำให้น้ำมันเสียโครงสร้าง ก่อให้เกิด สารประกอบโพลาร์ซึ่งเป็นสารก่อมะเร็งชั้นดี หรือเเม้เเต่กระบวนการปิ้งหรือย่างที่ไหม้เกรียม ส่วนนี้ก็จะนำมาซึ่งโรคมะเร็งด้วยเหมือนกัน ดังนั้นวิธีการที่ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุดก็คือ การทอด การปิ้ง หรือย่าง นั่นเองค่ะ เเล้วลองเปลี่ยนมาใช้วิธีการนึ่ง ลวก หรือผัดจะช่วยลดความเสี่ยงจากสารก่อมะเร็งได้ดีที่สุดนั่นเองค่ะ

กินลูกชิ้นเสี่ยงมะเร็ง จริงหรือไม่ ?

เชื่อว่าผู้คนจำนวนไม่น้อย มักคิดว่าการกินลูกชิ้นจะก่อให้เกิดมะเร็งได้ ซึ่งในส่วนนี้นั้นพบว่าส่วนใหญ่เเล้วในลูกชิ้นจะไม่ได้มีการใส่สารไนไตร์ท หรือไนเตรทเหมือนในไส้กรอกที่มีเเดงๆ ซึ่งไส้กรอกจะมีการใส่สารไนไตร์ทเเละไนเตรทค่อนข้างเยอะ ซึ่งโดยปกติเเล้วจะใส่เพื่อป้องกันการเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดโรค เเต่หากผู้ผลิตใส่มากจนเกินไปก็อาจทำให้เกิดมะเร็งได้ เเต่ในลูกชิ้นยังไม่มีการพบว่ามีการใส่สารตัวนี้มากจนเกินไป เเต่หากจะบอกว่าการกินลูกชิ้นทำให้เกิดมะเร็งได้นั้น ความเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ การนำไปทอดในน้ำมันทอดซ้ำ สองก็คือปริมาณโซเดียมโซเดียมที่ได้รับมากจนเกินไปความสัมพันธ์ที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ มะเร็งกระเพาะอาหาร ซึ่งพบว่าเป็นผลกระทบทางอ้อมมากกว่า

เป็นยังไงกันค่ะสำหรับข้อมูลเเน่นๆ ที่ you-health นำมาฝากกัน ดังนั้นใครที่ชอบรับประทานลูกชิ้นเป็นชีวิตจิตใจเเล้วล่ะก็ขอขอกตรงนี้เลยนะคะว่าไม่ใช่เรื่องผิดอะไร เเต่ทานอย่างไรให้เหมาะสมเเละไม่เป็นภัยต่อร่างกายนี่ล่ะค่ะ น่าจะเป็นเรื่องที่สำคัญกับคุณมากกว่า ใครที่ชอบรับประทานลูกชิ้นก็ควรสังเกตตั้งเเต่ การเลือกซื้อ ร้านค้า วิธีการปรุง เเละหากในวันนั้นคุณรับประทานลูกชิ้นเข้าไปเเล้ว ในมื้อต่อไปก็ไม่ควรที่จะมีเนื้อสัตว์แปรรูปหรืออาหารที่มีโซเดียมสูงอีก เเละเลือกรับประทานผักเเละผลไม้เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่ครบถ้วน เเละทางที่ดีบริโภคเเต่พอควร ไม่มากจนเกินไปเ พื่อสุขภาพที่ดีของเราจากนี้เเละตลอดไปนะคะทุกๆคน

ขอบคุณข้อมูล: www.you-health.net

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *